วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

แพงไปไหม ? การล้างรถ ขัดเลือบสี แต่ละครั้ง


ปัจจุบันสถานบริการ ล้างรถในบ้านเรามีจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าตามปั๊มนำมัน ในห้าง หรือตามท้องถนน คุณทำงานได้วันเท่าไหร่? ผมไม่รู้แต่การประหยัด มันไม่เสียหาย สำหรับผู้ที่อาจจะยังไม่รู้ หรือรู้ ผมอยากจะบอกว่าถ้าคุณเป็นคนรักรถ และอยากที่จะประหยัด ผมแนะนำให้คุณ ซื้อน้ำยาเคลือบสี ,ล้างรถ,เคลือบยาง,เคลือบเบาะ,ผ้าชามัวร์,ผ้าเช็ดรถ ส่วนยี่ห้ออะไรนั้นแล้วแต่ว่าคุณรักมันแค่ไหน? เดี๋ยวนี้มีให้เลือกเยอะ am_ay ก็ใช้ได้ไม่แพงมาก ถ้าคุณไม่ค่อยมีเวลาล้างตามปั๊มก็ไม่แพง ล้าง 80-150 คุณมีน้ำยาต่างๆแล้วก็อาจจะคิดแต่ค่าแรง 50-100 ก็ว่าไปแต่ไม่ค่อยสะอาดนักล้างไปวันๆ ล้างในห้างก็ 200 อย่างต่ำ เคลือบเงา ขัดสี ด้วยน้ำยาอนาคตจนแน่ ก็ต้องมี 500-1500 หรือแพงกว่านั้น บ้างที่ทำทุกอย่างอาบน้ำปะแป้งอย่างดี 2500-3500 แต่สะอาดนะอย่าดูถูก แต่เราเป็นผู้บริโภคคุณว่ามันเกินไปไหม โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ลูกขอซื้อของเล่น ด่าลูกเสียๆหาย ทีตัวเองเอาเงินของลูกไปให้คนอื่น ตื่นเถอะครับ เปลี่ยนใหม่ บางคนบอก ="ถูกแต่ดีมีที่ไหน" มีแน่นอนแต่ต้องมองให้เห็น ล้างทีเสียเป็นพัน ซื้อน้ำยาได้หมดทั้งชุดใช้ได้อีกนานครับ ค่อยๆซื้อก็ได้ไม่ว่ากัน ถ้ามีเวลาซักวันล้างเองยิ่งดี มีครอบครัวล้างด้วยกันยิ่งดี เลย น่ารักจะตาย ไม่ใช่ล้างรถมา 500 พอขับกลับมาบ้านเหลือร้อยเดียว อารมณ์เสีย น้ำมันก็แพง ต่อให้รถประหยัดแค่ไหนอย่างมากก็ "เจ๊ากับเจ้ง" จริงๆนะ ถ้าคุณจะขัดสีรถแนะนำไปอู่พ่นสี ถูกกว่าในห้างเยอะ 800-1200 ก็ไม่แพง (ทั้งคันนะ) สำหรับคุณๆที่ต้องการจะประหยัดและอยากลองเองก็ไม่ว่า จะด่าก็เชิญ ขอบคุณสำหรับโอกาส และพี่ๆ วันทูคาร์ (ประหยัดได้เยอะลองดูครับ )ขวา มีลวดลายที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้เป็นเพราะว่าการออกแบบดังกล่าว ต้องการให้สามารถทำหน้าที่ทั้งการเพิ่มแรงเสียดทาน ทำให้ประสิทธิภาพในการเกาะถนนในพื้นที่ปกติได้ผลดี และเมื่อต้องลุยน้ำก็จะสามารถรีดน้ำได้ดีเช่นกัน ยางประเภทนี้จึงเหมาะกับรถที่มีใช้งานในเส้นทางที่มีโค้งมากๆ และผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูง เนื่องจากตัวยางมีพื้นที่สัมผัสถนนมาก แอซซิมเมทริค แพทเทิร์น เป็นยางที่ได้รับความนิยมกับรถประเภทสมรรถนะสูงๆ





ไดเร็กชั่นแนล แพทเทิร์น (Directional pattern) หน้ายางจะเป็นร่องยาวขนานกันไปซ้าย-ขวา ซึ่งการที่มีรูปแบบของร่องยางขนานกัน ไม่เพียงแต่จะช่วยในส่วนของการเพิ่มกำลังขับเคลื่อนและเบรก แต่ยังถือว่ามีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการรีดน้ำ ทำให้รถสามารถทรงตัวได้เป็นอย่างดีในกรณีที่มีน้ำขัง ซึ่งยางชนิดนี้เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูงโดยเฉพาะ


แต่สำหรับผู้ขับขี่บางท่านที่เห็นว่าการเปลี่ยนยางรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละฤดูนั้นอาจดูเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือย


เนื่องจากประเทศไทยมีถึง 3 ฤดู การหันมาใช้ยางรถยนต์ที่เหมาะกับสภาพถนนในทุกฤดู (All-season Tyres) ก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมีการออกแบบมาให้สามารถใช้งานตลอดทั้งปี แต่ว่าในแต่ละความสามารถก็อาจจะสู้ยางที่ออกแบบมาโดยเฉพาะไม่ได้ นอกจากนั้นข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือการมีเสียงรบกวนมากกว่ายางชนิดอื่น


ซึ่งหากท่านเจ้าของรถเลือกยางได้อย่างเหมาะสม บวกกับการดูแลเอาใจใส่รถเป็นอย่างดีในทุกรายละเอียด ก็เชื่อว่าหน้าฝนปีนี้ ทุกคนจะมีความสุขกับการเดินทางไม่ว่าจะเป็นฝนพรำ หรือกระหน่ำหนักก็ตาม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น