วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เมื่อน้ำมันหยด ?

จากหนังสือยานยนต์ฉบับที่ 431 ประจำเดือน เมษายน 2545
พวกรถใหม่มักจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องของน้ำมันหยดน้ำมันซึม (แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันนะ) ต่างกับพวกรถเก่าอายุเยอะ เมื่อเปิดฝากระโปรงรถมักจะเห็นห้องเครื่องเขรอะไปหมด ซึ่งเกิดจากมีน้ำมันรั่วซึมออกมาแล้วมีฝุ่นมาเกาะอันที่จริงแล้วก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเมื่อรถวิ่งจะมีไอน้ำมันหยดเลอะเทอะ ไม่ว่าจะเป็นที่ตัวเครื่องหรือหยดลงบนพื้นก็ตาม การปล่อยปละละเลยทำเป็นไม่ในใจอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ คราวนี้จุดที่น้ำมันหยดมีอยู่หลายจุด แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นน้ำมันอะไร รั่วซึมมาจากไหน มีอันตรายหรือเปล่า และที่สำคัญค่าซ่อมแพงแค่ไหน

น้ำมันเชื้อเพลิง

ก่อนอื่นเราต้องตรวจสอบก่อนว่าเจ้าหยดน้ำมันที่เราเห้นนั้นมันเป็นน้ำมันอะไร ซึ่งเราจะดูได้จากสี กลิ่น และการสัมผัส อย่างพวกน้ำมันเบ็นซินหรือดีเซล อันนี้จะได้กลิ่นชัดซึ่งคิดว่าคงจะจำกลิ่นกันได้อยู่แล้ว เจ้าน้ำมันเบ็นซินถึงจะมีคุณสมบัติระเหยตัวเร็วจะกระทั่งไมแนน้ำมันหยด แต่กลิ่นของมันจะอยู่นาน ถ้าเห็นน้ำมันหยดหรือเพียงแค่ได้กลิ่นของน้ำมันดีเซลหรือเบ็นซินในห้องเครื่อง มันก็เป็นการแสดงให้ทราบว่ามีการรั่วไหลของระบบน้ำมันเชื้อเพลิงดังนั้นจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องรีบนำรถไปให้ช่างตรวจเช็คทันที มิฉะนั้นรถอาจเกิดไฟไหม้ขึ้นมาแล้วจะยุ่ง

น้ำมันพาวเวอร์

น้ำมันอีกอย่างที่มีใช้ในรถคือ น้ำมันเพาเวอร์ มีลักษณะใสกว่าน้ำมันเครื่อง แต่เหนียวข้นกว่าน้ำมันคลัทช์น้ำมันเบรคเล็กน้อย และมีกลิ่นเฉพาะตัวของมันอยู่ พวกรถที่ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ เป็นไปได้ว่าน้ำมันนี้อาจรั่วซึมมาจากชุดเพาเวอร์พวงมาลัย หรือชุดเกียร์อัตโนมัติ ลำพังชุดเกียร์อัตโนมัถ้าจอดทิ้งไว้นานพอสมควร อาจมีการหยดของน้ำมันให้เห็นกันได้บ้างนิดหน่อย อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ข้อสำคัญมันเป็นเพียงแค่การหยดไม่ใช่ไหลนองพื้น ส่วนระบบเพาเวอร์พวงมาลัยไม่สมควรมีการรั่วซึม หากพบว่ามีการรั่วซึมของเพาเวอร์พวงมาลัย ก็ต้องหาเวลาไปเจอช่างส่วนพวกรถเกียร์ธรรมดาเจอน้ำมันเพาเวอร์หยด แสดงว่ามาจากชุดพวงมาลัยเพาเวอร์แน่นอน ยกเว้นพวงมาลัยเกียร์ธรรมดาและใช้ระบบพวงมาลัยธรรมดาไม่มีเพาเวอร์หยดอยู่บนพื้นใต้ท้องรถ แบบนี้สบายใจได้เพราะต้องเป็นน้ำมันจากรถคันอื่นแน่นอน

น้ำมันเบรคและน้ำมันคลัทช์


ส่วนกรณีที่พบว่ามีน้ำมันเบรคหยดในรถหรือบนพื้น รวมทั้งน้ำมันคลัทช์สำหรับรถที่ใช้ระบบถ่ายทอดกำลังเป็นเกียร์ธรรมดา และใช้ระบบคลัทช์น้ำมันที่ไม่ได้ใช้คลัทช์สาย ทั้งน้ำมันเบรคและน้ำมันคลัทช์จะใช้เหมือนกัน โดยเฉพาะรถบางรุ่นใช้กระปุกน้ำมันใบเดียวกันด้วยซ้ำ แล้วต่อสายไปว่าจะใช้กับเบรคหรือใช้กับคลัทช์ งานนี้ก่อนอื่นควรตรวจสอบก่อนว่าใช่น้ำมันเบรคหรือเปล่า โดยการดมกลิ่นแต่ถ้าไม่รู้ว่ากลิ่นมันเป็นอย่างไร ก็เปรียบเทียบกับน้ำมันเบรคในกระปุกก็ได้ หรือให้ทดลองใช้น้ำราดลงไป ถ้าเป็นน้ำมันเบรคมันจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นทันที

น้ำมันเครื่อง


พวกที่เจอกันบ่อยน่าจะเป็นเรื่องการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง ซึ่งมีจุดรั่วซึมอยู่เยอะเหมือนกัน ถ้าพบว่ามีคราบน้ำมันเกาะอยู่ตามเสื้อเครื่องยนต์หรือหยดลงบริเวณพื้น ประการแรกน่าจะทำความสะอาดภายนอกเครื่องยนต์กันก่อน จะได้เห็นร่องรอยการรั่วซึมได้ง่ายขึ้น ว่ามันรั่วมาจากส่วนไหนกันแน่

ฝาครอบวาล์ว

ส่วนของฝาครอบวาล์วนื้มีจุดให้น้ำมันซึมได้หลายที่ด้วยกันต้องคอยสังเกตดูจากรอยเปรอะเปื้อนว่าอยู่ตรงไหน

-ท่อหายใจ

อันนี้จะอยู่บนฝาครอบวาล์ว แล้วทำเป็นท่อหรือสายต่อไปยังหม้อกรองอากาศ เพื่อเอาไอไปยังหม้อกรองอากาศ เพื่อเอาไปน้ำมันเครื่องส่งเข้าไปเผาไหม้อีกครั้งเป็นการลดมลภาวะ แต่คนบ้านเรามักมีความคิดริเริ่มที่แสนดี เพียงแต่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นิยมเอาประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง พวกรถที่มีอายุการใช้งานเยอะ เครื่องยนต์เริ่มหลวม จะเกิดไอน้ำมันเครื่องเยอะกว่าปกติ เมื่อต่อเข้าไปในไส้กรองจะทำให้ไส้กรองอุดตันเร็ว จากคราบน้ำมันเครื่องไปเกาะตามไส้กรองพวกก็เลยเล่นง่ายๆ โดยการเปลี่ยนทิศทางของท่อทางเดินหรือสายไอน้ำมันเครื่อง ถอดจากไส้กรองอากาศเอามาเป่าลงพื้นแทน ไส้กรองอากาศก็ไม่สกปรกอุดตันช้า แต่ไอน้ำมันเครื่องจะไปสร้างมลภาวะอย่างไรไม่รู้และไม่สนใจ

ถ้าพบว่ามีคราบน้ำมันเครื่องมาจากท่อหายใจ เป็นไปได้ว่าตัวยึดท่ออาจหลุดหลวมคลายตัว ท่อชำรุดเสื่อมสภาพมีรอยแตกและบางทีอาจเป็นที่ปลอกวาล์วหลวม ยางตีนวาล์วเสื่อมสภาพ หรือเครื่องหลวมมากแล้ว แบบนี้ไม่ควรทนใช้น่าจะยกเครื่องไปเลยดีกว่า เพราะจะช้าหรือเร็วก็ต้องทำอยู่ดี

-ฝาปิดช่องเติน้ำมันเครื่อง สำหรับปิดกั้นไม่ให้ไอน้ำมันเครื่องและน้ำมันเครื่องกระเซ็นออกมา เมื่อพบว่ามีคราบน้ำมันเครื่องเกาะอยู่แถวฝาปิดก็แสดงว่ามันมีปัญหาแล้ว อย่างเช่น บางครั้งช่างได้เปลี่ยนถ่ายและเติมน้ำมันเครื่อง แล้วอีตอนปิดฝาหมุนไม่แน่น หรือเวลาขับรถมีการสั่นสะเทือนฝาปิดอาจคลายตัว และอีกกรณีเกิดขึ้นจากตัวฝาปิดชำรุด โดยเฉพาะส่วนของปะเก็น ซึ่งสามารถจะซื้อหามาเปลี่ยนหรือตัดเองก็ได้ราคาไม่กี่ตังค์

-ปะเก็นฝาครอบวาล์ว

ส่วนใหญ่มักนิยมเรียกกันสั้น ๆ แค่ ปะเก็นฝาวาล์ว และบางทีก็หดสั้นลงไปอีกเป็น ปะเก็นวาล์ว ก็มี ทั้งหมดนี้มันคือ ตัวเดียวกัน

บริเวณฝาสูบของเครื่องยนต์ อันใช้เป็นที่ติดตั้งอุปกรณ์พวกวาล์วต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีน้ำมันเครื่องมาหล่อเลี้ยงเอาไว้ป้องกันการสึกหรอ ทำความสะอาด หล่อลื่น ลดเสียงดัง และลดการสึกหรอ คราวนี้จากแรงดันของน้ำมันเครื่องที่ฉีดมาตามท่อ หรือการทำงานของวาล์วก็ดีย่อมสามารถฉีดและดีดน้ำมันเครื่องให้กระจายปลิวว่อนไปทั่วได้ เค้าจึงจำเป็นต้องมี ฝาครอบวาล์ว มาปิดเอาไว้ ช่วงที่เค้าปะกบเจ้าฝาครอบวาล์วปิดลงไปบนฝาสูบนี้ มันต้องมีปะเก็นรองเอาไว้ป้องกันการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง ต่อเมื่อใช้ไประยะหนึ่งตัวปะเก็นนี้อาจเกิดการแข็งตัวชำรุด หรือพวกสกรูว์ยึดฝาครอบวาล์วคลายตัวหลุดหลวม ซึ่งบางครั้งสกรูว์ก็ยังอยู่ของมันดี ๆ เพียงแต่เจ้าปะเก็นแข็งตัวหรือยุบตัวลงมาเอง ทำให้กลายเป็นว่าสกรูว์ขันไม่แน่น เมื่อพบว่ามีคราบน้ำมันเครื่องซึมมาจากแถวฝาครอบวาล์ว ให้ทดลองขันไล่สกรูว์ยึดฝาครอบวาล์วก่อน และการขันนั้นต้องว่ากันตามลำดับและแรงที่ขันที่ทางบริษัทกำหนดเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ฝาครอบวาล์วบิดเบี้ยวเสียรูปทรง แต่ถ้าไม่มีคู่มือให้พยายามขันตัวฝาตรงข้ามหรือเยื้องกัน และอย่าขันแน่นซะทีเดียว ให้ขันพออยู่ก่อนแล้วขันไล่ไปเรื่อย ๆ เพิ่มแรงทีละนิดจนกระทั่งรู้สึกตึงมือหน่อย ๆ การขันแน่นหรือแรงเกินไป มักทำให้ปะเก็นชำรุดและเกิดน้ำมันรั่วซึมได้ ไม่ใช่ว่าขันแน่นแล้วจะดีเสมอไป หลังจากขันแน่นและทดลองขับใช้งานไประยะหนึ่ง หากยังพบว่ามีการรั่วซึมของน้ำมันเครื่องอีก คราวนี้ต้องซื้อหาปะเก็นฝาครอบวาล์วมาเปลื่ยน พวกรถรุ่นเก่าที่ใช้ปะเก็น ฝาไม้ก็อก ก็มีราคาไม่กี่สิบบาท แต่ถ้าเป็นพวกรถรุ่นใหม่คงจะหลายร้อยเหมือนกัน และก็มีรถบางรุ่นที่ไม่ได้ใช้ปะเก็น แต่ใช้พวกน้ำยาหยอดแทนปะเก็น และพวกน้ำยาเหล่านี้หลอดนึงบางทีว่ากันเป็นพันแพงกว่าปะเก็นซะอีก

ปะเก็นฝาสูบ
ในส่วนของปะเก็นฝาสูบที่ใช้รองรับฝาสูบประกบกับเสื้อสูบ เจ้าตัวนี้แทบไม่มีปัญหาทำให้น้ำมันเครื่องรั่วไหลออกมาให้เห็นกันภายนอก ส่วนใหญ่จะซึมอยู่ภายในเข้าไปวุ่นวายกับทางเกินน้ำมั่ง หรือห้องเผาไหม้ซะมากกว่า

ใส้กรองน้ำมันเครื่อง
จุดนี้พอมีให้เห็นกันได้บ่อยพอสมควร ซึ่งจะแตกต่างจากจุดอื่นตรงที่ว่าไท่ค่อยเกิดขึ้นจากการขันตัวไส้กรองไม่แน่น ถ้าจะเป็นเรื่องมักเกิดจากการขันแน่นเกินไปซะมากกว่า ทำให้ซีลยางถูกบีบอัดจนปลิ้นเกิดชำรุดฉีกขาดหรือเกิดเป็นร่องให้น้ำมันซึมออกมาได้ นอกจากนี้ก็เป็นเพราะช่างไม่ละเอียดเท่าที่ควร เวลาใส่ไส้กรองน้ำมันเครื่องตัวซีลขยับไม่เข้าที่ และที่เจออยู่หลายครั้งเกิดขึ้นจากไส้กรองของเทียมที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ตัวซีลยางอาจจะใหญ่ไป เล็กไป หนาไป หรือบางไป ทำให้ไม่สามารถสกัดกั้นแรงดันของน้ำมันเครื่องได้ เกิดเป็นการรั่วซึมออกมาบริเวณส่วนล่างของเครื่องยนต์ ตัวสำคัญก็คือ ข้อเหวี่ยง ที่ลูกสูบขยับขึ้นลงแล้วส่งกำลังมาทางก้านสูบกระทุ้งให้ข้อเหวี่ยงหมุน และเราจะใช้กำลังจากข้อเหวี่ยงนี่แหละมาหมุนเกียร์ และเพลาให้รถขับเคลื่อนไป จากส่วนท้ายของข้อเหวี่ยงที่ต่อไปยังฟลายวีล ส่วนทางด้านหน้าของข้อเหวี่ยงเค้าจะติดพูลเล่ย์เข้าไปใช้เป็นกำลังในการหมุนพวกไดชาร์จและคอมเพรสเซอร์แอร์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเจ้าตัวข้อเหวี่ยงมันอยู่ในเครื่อง แต่เราต่อพ่วงเอากำลังไปใช้ หมายความว่าต้องมีชิ้นส่วนของมันทะลุเสื้อเครื่องออกมา และยังเป็นการแสดงให้ทราบว่าบริเวณที่ข้อเหวี่ยงโผล่ออกมานั้น มีโอกาสที่น้ำมันเครื่องจะไหลออกมาด้วย เค้าจึงต้องทำซีลปิดกั้นเอาไว้ ถ้าอยู่ทางด้านหน้าก็เป็น ซีลหน้าเครื่อง ถ้าอยู่ทางด้านท้ายเครื่อง ที่มีฟลายวีลและเกียร์ประกบอยู่ ก็นเป็น ซีลท้ายเครื่อง ถ้าซีลหน้าเครื่องเกิดการรั่วซึมขึ้นมา มักจะมีน้ำมันเครื่องหยดอยู่บนพื้นให้เห็น ตรงกับตำแหน่งซีลหน้าเครื่องหรือพูลเล่ย์เครื่องยนต์นั้นเอง และถ้ามองไปที่ตัวพูลเลย์ก็จะมีคราบน้ำมันจับเขรอะ แต่ถ้าเป็นซีลท้ายเครื่องมักจะมองไม่เห็นการรั่วซึม เพราะน้ำมันเครื่องจะรั่วเข้าไปในห้องคลัทช์หรือหัวหมูคลัทช์ ลักษณะนี้มักจะเป็นประเภทน้ำมันเครื่องขาดระดับโดยไม่ทราบสาเหตุหรือหาจุดรั่วไม่เจอ

ในกรณีที่ซีลหน้าเครื่องหรือซีลหลังเครื่องรั่ว ควรรีบเปลี่ยนซีลใหม่โดยเร็ว หรือพวกรถที่ใช้สายพานขับแค็ม เมื่อถึงกำหนดเปลี่ยนสายพาน เวลาช่างเปิดหน้าเครื่องก็ควรบอกช่างให้ตรวจเช็คซีลหน้าเครื่องด้วย ถ้าพบไอน้ำมันเครื่องจับเป็นคราบแถวข้อเหวี่ยงแสดงว่าซีลเริ่มรั่วซึมแล้วให้เปลี่ยนไปเลย มิฉะนั้นไอน้ำมันเครื่องนี้จะไปจับที่สายพานทำให้สายพานลื่นเกิดอาการกระโดดข้ามร่องได้ และเวลาที่มีการถอดเกียร์เพื่อเปลี่ยนชุดคลัทช์สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ก็ควรให้ช่างถอดตัวแผ่นฟลายวีลดูซะหน่อยว่าซีลหลังมีการรั่วซึมหรือเปล่า ถ้ายังไงจะได้ถือโอกาสเปลี่ยนซีลใหม่ไปเลย จะได้ไม่ต้องรื้อเกียร์กันบ่อย ๆ

ปะเก็นอ่างน้ำมันเครื่อง

อ่างน้ำมันเครื่องจะอยู่ตอนล่างของเครื่อง เป็นที่อยู่ของชุดฝักบัวดูดน้ำมันเครื่องไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ การประกบระหว่างอ่างน้ำมันเครื่องกับเสื้อเครื่องจะมีแผ่นปะเก็นหรือบางทีเค้าก็ใช้ปะเก็นเหลวที่เป็นหลอดบีบเอาน้ำยามาแทนปะเก็น ซึ่งมีลักษณะเดียวกับฝาครอบวาล์ว คือเมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็มีโอกาสรั่วซึมได้ต้องขันสกรูว์ไล่หรือเปลี่ยนปะเก็นพวกรถรุ่นใหม่ต้องระวังให้ดี การขันสกรูว์ต้องใช้ค่าตามที่กำหนด เบามือไปก็รั่ว ใช้แรงมาไปปะเก็นชำรุดก็เกิดการรั่วได้อีก

สกรูว์ถ่ายน้ำมันเครื่อง

จุดนี้จะพบว่าน้ำมันรั่วซึมบ่อย แต่ไม่ค่อยมีอันตรายเท่าไหร่เพราะมักจะรั่วซึมเพียงเล็กน้อย แต่ก็น่ารำคาญเหมือนกัน สาเหตุที่สกรูว์ถ่ายน้ำมันเกิดการรั่วซึมนั้น มักเกิดขึ้นจากเวลาถอดสกรูว์เพื่อถ่ายน้ำมันแล้วไม่มีการเปลี่ยนแหวนรองสกรุว์ด้วยเมื่อช่างเห็นว่ามีน้ำมันหยดก็จะขันอัดให้แน่นขึ้น ดีไม่ดีอาจจะทำให้เกลียวหวาน หรือแน่นจนคลายสกรูว์ไม่ออก ก็ต้องเดือดร้อนยุ่งยากถอดอ่างน้ำมันเครื่องออกมาทำเกลียวใหม่ หรือใช้ไฟเป่าให้ขยายตัวเพื่อคลายสกรูว์ออกมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น